วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4 

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4 วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 13:30 - 17:30 น. 

.................S T A R T................

Science Experiences Management for Early Childhood

(การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย)

ในวันนี้อาจารย์ได้ทำข้อตกลงเรื่องการเรียนใน Course Syllabus โดยให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นว่าจะเพิ่มเติมอะไรที่ต้องการจะเรียนรู้เพิ่มเติมนอกจากผลการเรียนรู้ดังนี้  คือ 
  1. คุณธรรมจริยธรรม > ซื่อสัตย์ สุจริตในการทำงาน การตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย และเคารพกฎระเบียบข้อตกลงของห้อง
  2. ความรู้  > อธิบายหลักการความสำคัญแนวคิที่เกี่ยวข้องกับทักษะทางวิทยาศาสตร์ได้ วิเคราะห์เลือกจิกวิทยาการเรียนรู้ที่สนับสนุนการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม อธิบายสาระการเรียนรู้ ทักษะทางวิยาสาตร์สำหรับเด็กปฐมวัยได้ วิเคราะหเลือกรูปแบบการจักจัดประสบการณ์สำหรับเด็กได้ ออกแบแลัเขียนแผนการจัดประสบการณ์ได้ วิเคราะ เลือสื่ออุปกรณ์ในการณ์จัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม รวมไปถึงการจัดสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม วางแผนการประเมินการเรียนรู้ได้ อธิบายบทบาทของครู ออกแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในการส่งเสริมทักษะทางวิทยาศาสตร์ และแปลความหมายความรู้ภาษาไทยเป็นอังกฤษได้อย่างน้อย 30 คำ
  3. ทักษะทางปัญญา > ประยุกต์ความรู้เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบและวางแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กได้อย่างสร้างสรรค์ ประเมินปัญหาการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยและสืบข้อมูลเพื่อใช้ในการสนับวนุนหรืออ้างอิงนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สรุปองค์ความรู้ เพื่อนำไปพัฒนาตนเอง 
  4. ทักษะความสัมพัธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ > ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร การนำเสนออย่างถูกต้องเหมาะสม ให้ความร่วมมือช่วยเหลือการทำงานกลุ่ม รับผิดชอบในผลงานของตนเองและกลุ่ม แสดงความคิดเห็นประเด็นเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขสถานการณ์ทั้งตนเองและกลุ่มได้ และนำเสนอองค์ความรู้จากการทดลองและแหล่งเรียนรู้ที่สร้างเครือข่ายไว้ได้
  5. ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ > ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร นำเสนอได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ เพื่อการค้นคว้า สนับสนุนในการเรียน และ เลือกช่องทางในการสื่อสารและนำเสนอได้อย่างเหมาะสมกับโอกาสและเวลา
  6. การจักการเรียนรู้ > ประยุกต์การศึกษากรณีตัวอย่างจากห้องเรียน การสังเกตการสอน แบบต่างๆการวางแผน และออกแบบการสอนได้ 

ความรู้ที่ได้รับ

  • กิจกรรมที่ 1 คัดลายมือ หัวกลมตัวเหลี่ยม 
  • กิจกรรมที่ 2 อาจารย์ได้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จากนั้นแจกกระดาษ A4 สีฟ้า 1 แผ่น ขาว 1 แผ่น คลิปหนีบกระดาา 1 อัน โดยให้แต่ละกลุ่มนั้นทำสื่อการสอนเพื่อส่งเสริมประสบการณ์ในหัวข้อ "อากาศ" จากนั้นนำแนวคิดของแต่ละกลุ่มออกไปนำเสนอหน้าชั้น ในกลุ่มได้คิดกันว่าจะทำเกี่ยวกับฤดูฝน โดยใช้การเล่านิทาน โดยมีกระบวนการคิดดังนี้  
กระบวนการคิดและดำเนินงาน
  1. ระดมความคิดว่าจะออกแบบย่างไร  
  2. ลงมือทำตามขั้นตอนและแนวคิดที่วางไว้
  3. ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมการนำเสนอหน้าชั้นเรียน

คำศัพท์

Tale = นิทาน
Season = ฤดูกาล
Air = อากาศ
Paper = กระดาษ
Address = ที่อยู่

........................................................................

ภาพประกอบกิจกรรม





การทดลอง การเปรียบเทียบ ว่ากระดาษกับคลิปอันไหนลงถึงพื้นก่อนกัน


กังหันลม


เรือใบ


วงล้อฤดูกาล


พัด

..........................................................................

การประยุกต์ใช้

  • ถึงแม้จะมีวัสดุอยู่จำกัดแต่สามารถนำมาใช้ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างหลากหลายการนำมาบูรณาการณ์ได้หลายรูปแบบหลากหลายวิชา 
  • ได้แนวคิดจากเพื่อน และความรู้จากอาจารย์มาเป็นแนวทางในการนำไปปรับใช้ในแบบของตนเอง

การประเมิน

การประเมินตนเอง

ตั้งใจในการเรียนและการทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี ให้ความร่วมมือในการทำงานเป็นอย่างดี

การประเมินเพื่อน

เพื่อนตั้งใจเรียนและตั้งใจทำกิจกรรม มีความร่วมมือและสามัคคีกันเป็นอย่างดี 

การประเมินอาจารย์

อาจารย์ได้ให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นเองก่อนจากนั้นอาจารย์จะคอยเพิ่มเติมความรู้รวมไปถึงแก้ไขในสิ่งที่นักศึกษาเข้าใจผิดด้วย เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้อย่างแท้จริง


E N D


บั น ทึ ก พิ เ ศ 

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2559

วันที่ 18-28 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 9:00-19:00 น. (เข้าชมฟรี)

ณ ศูนย์แสดงและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี (Hall 2-8)


Intro......

ในบันทึกนี้เป็นบันทึกกการดูงานกิจกรรมในวันที่ 28สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2559  งานนี้จัดขึ้นเพื่อ เทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และพระบิดาแห่งนวัฒกรรมไทย โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมโดยมีีความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐ และ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ  เพื่อที่ประชาชน เยาวชน จะได้เข้าถึงข้อมูลความรู้ ได้รับประสบการณ์ ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบสนุกสนาน 

ภ า พ กิ จ ก ร ร &





























สิ่งที่ได้รับจากมหกรรมวิทยาศาสตร์

  • ได้เห็นถึงความหลายของนวัฒกรรมใหม่ๆ และความก้าวหน้าของโลก รวมไปถึงความก้าวหน้าของประเทศไทย ได้รับความรู้มากมาย 
  • ในงานวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้จะเห็นได้ชัดเจน ว่าผู้ปกครองรวมถึงโรงเรียน ต่างๆนั้นเห็นความสำคัญในเรื่องของวิทยาศาสตร์ เพราะผู้ปกครองนั้นได้นำบุตรหลานของตนเองนั้นมาร่วมกิจกรรมต่างๆภายในงาน เด็กๆดูมีความสุขกันมากสนุกในการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ สิ่งที่ไม่เคยทำ เมื่อได้เห็นแบบนี้แล้ว ก็คิดว่าจะนำความรู้ต่างมาเป็นแบบในการจัดการเรียนรู้ที่สนุก และเหมาะสมกับเด็กในแต่ละวัย

E N D



วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3 

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที 3 วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 13:30 - 17:30 น.


......................................START........................................

Science Experiences Management for Early Childhood

( การจัดประสบการณ์การทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย )

ในวันนี้นั้นไม่มีการเรียนการสอน แต่! อาจารย์ได้มอบหมายงานให้แก่นักศึกษา โดยให้นักศึกษานั้นไปสรุปความรู้จากใบความรู้ที่อาจารย์ได้ฝากตัวแทนนักศึกษามา

ความรู้ที่ได้รับ

รูปแบบการเรียนรู้เด็กปฐมวัย 
  • คุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 3-5 ปี ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พศ. 2546  มีดังนี้
เด็กอายุ 3 ปี
พัฒนาการด้านร่างกาย 
- วิ่งและหยุดโดยไม่ล้ม 
- รับลูปลอกด้วยมือและลำตัว
- เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้
- ใช้กรรไกรมือเดียได้
- วาดและระบายสีอิสระได้
พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
- แสดงอารมณ์ตามความรู้สึก
- ชอบที่จะทำให้ผู็ใหญ่พอใจและได้คำติชม
- กลัวการพลัดพรากจากผู้เลี้ยงดูหรือผู็ชิดใกล้น้อยลง
พัฒนาด้านสังคม
- รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง
- ชอบเล่นแบบคู่ขนาน (เล่นของเล่นชนิดเดียวกันแต่ต่างตนต่างเล่น)
- เล่นสมมติได้
- รู้จักการรอคอย
พัฒนาการด้านสติปัญญา
- สำรวจสิ่งต่างๆที่เหมือนกันและต่างกันได้
- บอกชื่อตนเองได้
- ขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาได้
- สนทนาโต้ตอบ / เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆ ได้ 
- สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ
- ร้องเพลง ท่องคำกลอน คำคล้องจองง่ายๆ และแสดงท่าทางเลียนแบบได้
- รู้จักใช้คำถาม (อะไร)
- สร้างผลงานตามความคิดของตนเองอย่างง่ายๆ
- อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว

............................................................................................................

เด็กอายุ 4 ปี 
พัฒนาการด้านรางกาย
- กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้ 
- รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสอง
- เดินขึ้นลงบันไดสลับเข้าได้
- ตัดกระดาษเป็นเส้นตรงได้
- กระฉับกระเฉงไม่ชอบอยู่เฉย
พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
- แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับบางสถานการณ์
- เริ่มรู้จักชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
- ชอบท่าทายผู้ใหญ่
- ต้องการให้มีคนฟังและสนใจ
พัฒนาการด้านสังคม
- แต่งตัวได้ด้วยตนเองและไปห้องส้วมได้ด้วยตนเอง
- เล่นร่วมกับผู็อื่นได้รอคอยตามลำดับก่อนหลังได้
- แบ่งของให้คนอื่น
- เก็บของเล่นเข้าที่ได้
พัฒนาการด้านสติปัญญา
- จำแนกสิ่งต่างๆ ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้ 
- บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้
- พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ
- สนทนาตอบโต้ / เล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่องได้
- สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น
- รู้จักการถามคำถาม (ทำไม)

............................................................................................................

เด็กอายุ 5 ปี
พัฒนาการด้านร่างกาย
- กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องได้
- รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้ด้วยทั้ง 2 มือ
- เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้อย่างคล่องแคล่ว
- เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้
- ตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งที่กำหนดได้
- ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดี เช่น ติดกระดุม ผูกเชือกรองเท้า เป็นต้น
- ยืดตัวคล่องแคล่ว
พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
- แสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสมกับบางสถานการณ์
- ชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
- ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางน้อยลง
พัฒนาการด้านสังคม 
- ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง
- เล่นหรือทำงานโดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกับผู้อื่นได้
- พบผู้ใหญ่ที่รู้จักก็ไหว้ทำทำความเคารพ
- รู้จักขอบคุณ เมื่อรับของจากผู้ใหญ่
- มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
พัฒนาการด้านสติปัญญา
- บอกความแตกต่างของกลิ่น สี เสียง รส รูปร่าง จำแนกและจัดหมวดหมู่สิ่งของได้
- บอกชื่อ นามสกุล และอายุของตนเองได้
- พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง
- สนทนาโต้ตอบบอกเล่าเป็นเรื่องราวได้
- สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นและแปลกใหม่
- รู้จักใช้คำถาม ( ทำไม , อย่างไร ) 
- เริ่มเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
- นับสิ่งต่างจำนวนมากกว่า 10 ได้
  • ทฤษฎีการเรียนรู้
- ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค มีนักทฤษฎี คือ พาฟลอฟ วัตสัน เมรีโจน
  การนำความรู้จากทฤษฎีการวางเงื่อนไขไปใช้ในการสอน
  > ครูสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนการสอน อันเป็นการวางเงื่อนไขที่ดี
  > ครูวางตัวให้ผู้เรียนเกิดความสศรัทธา เพื่อผู้เรียนจะได้รักวิชาที่ครูสอนด้วย
  > ครูจัดบทเรียนให้น่าสนใจและเกิดความสนุกสนานได้ทั้งความรู้และความสนุกสนาน
  > สร้างความเป็นกันเองกับผู้เรียนและให้ความอบอุ่นกับผู้เรียน
  > ครูจัดสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาดี เพื่อให้ผู็เรียนรักสถานศึกษา
  > ครูจักหาและใช้สื่อการสอนที่ดี เพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ
- ทฤษฎีความสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์
  > ก่อนที่จะดำเนินการสอน ครูจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมและกระตุ้นผู้เรียนให้พร้อมที่จะเรียนเสียก่อน
  > ความมอบหมายงาน แบบฝึกหัด หรือการบ้านให้ผู้เรียนได้ฝึกหัดกระทำเพื่อให้บรรลุตามหลักสูตร
  > ใช้หลักการให้รางวัลและลงโทษเพื่อให้ผู้เรียนรู้ว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" 
- ทฤษฎีของ Bloom 
  > ความรู้จากความจำ
  > ความเข้าใจ 
  > การประยุกต์
  > การวิเคราะห์ สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้
  > การสังเคราะห์ สามารถนำส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ต่างจากแบบเดิม เน้นโครงสร้างใหม่
  > การประเมินค่า วัดได้ และตัดสินได้ว่าอะไรถูกหรือผิดประกอบการตัดสินบนพื้นฐานของเหตุผลแน่ชัด
- ทฤษฎีของบรูเนอร์
  > ความรู้ถูกสร้างหรือหล่อหลอมโดยประสบการณ์
  > ผู้เรียนมีบทบาทรับผิดชอบในการเรียน
  > ผู้ดรียนเป็นผู้สร้างความหมายขึ้นมาจากแง่มุมต่างๆ
  > ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง
  > ผู้เรียนเลือกเนื้อหาและกิจกรรมเอง
  > เนื้อหาควรถูกสร้างในภาพรวม
- ทฤษฎีไทเลอร์
  > ความต่อเนื่อง เปิดโอกาศให้มีการฝึกทักษะในกิจกรรมและประสบการณ์บ่อยๆ
  > การจัดช่วงละดับ จัดสิ่งที่มีความง่ายไปยาก ต้องเรียงลำดับเนื้อหาก่อนหลังให้เรียนได้ลึกซึ้งขึ้น
  > บูรณาการ ผู้เรียนได้มีประสบการณ์เป็นแบบแผนของปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและสิ่งแวดล้อม
  • หลักการ / แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
กีเซล 
หลักการ
เชื่อว่า พัฒนาการของเด็กเป็นไปอย่างมีแบบแผนและเป็นขั้นเป็นตอนเด็กควรพัฒนาไปตามธรรมชาติ ไม่ควรเร่งหรือบังคับ / การเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากการ การเคลื่อนไหว การใช้ การปรับตัว เข้าสังคมกับบุคคลรอบข้าง
การพัฒนาเด็ก
จัดกิจกรมเคลื่อนไหวและจังหวะ / เด็กได้เล่นกลางแจ้ง / จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้ฝึกใช้มือและประสาทสัมพันธ์มือกับตา / จัดกิจกรรมให้เด็กได้ฟัง ได้พูดท่องจำคำคล้องจอง ร้องเพลง ฟังนิทาน / จัดให้เด็กได้ทำทั้งกิจกรรมเดี่ยวและกลุ่ม
ฟรอยด์ 
หลักการ
ประสบการณ์ในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพของคนเราเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หากเด็กไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ จะเกิดอาการชะงัก พฤติกรรมถดถอย คับข้องใจส่งผลลต่อพัฒนาการของเด็ก
การพัฒนาเด็ก
ครูเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งการแสดงออก ท่าที วาจา / จัดกิจกรรมเป็นขั้นตอน จากง่ายไปยาก / จัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและโรงเรียนเพื่อส่งเสริมพัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก
อีริคสัน
หลักการ
ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เด็กพอใจ ประสบผลสำเร็จเด็กจะมองโลกในแง่ดี มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจผู้อื่น / ถ้าเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ไม่พอใจจะมองโลกในแง่ร้าย ขาดความเชื่อมั่นในตนเองและไม่ไว้วางใจผู้อื่น
การพัฒนาเด็ก
จัดกิจกรรมให้เด็กได้ประสบความสำเร็จ พึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมของห้องเรียน เพื่อน และ ครู / จัดบรรยากาศในห้องเรียน ให้เด็กมีโอกาศสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ครูและเพื่อนๆ
เพียเจท์
หลักการ
พัฒนาการทางด้านเชาว์ปัญญาของเด็กเกิดจากการที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเด็ก มีการรับรู้จากสิ่งแวดล้อมใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และมีการปรับขยายประสบการณ์ดิม ความคิดและความเข้าใจให้ขยายมากขึ้น
การพัฒนาเด็ก
จัดกิจกรรมให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัส ทั้ง 5 / จัดให้เด็กฝึกฝนทักษะ การสังเกต การจำแนก เปรียบเทียบ / จักกิจกรรมให้เด็กมีโอกาศคิดหาเหตุผลเลือกและตัดสินใจสิ่งต่างๆด้วยตนเอง / จัดให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวไปสู่เรื่องไกลตัว และมีลักษณะที่เป็นรูปธรรม
ดิวอี้
หลักการ
เด็กเรียนรู้โดยการกระทำ
การพัฒนาเด็ก
จัดกิจกรรมให้เด็กประสบผลสำเร็จพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมของห้องเรียน เพื่อน ครู / จัดบรรยากาศในห้องเรียนให้เด็กได้มีโอกาศสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อครู และเพื่อนๆ
สกินเนอร์
หลักการ
ถ้าเด็กได้รับการชมเชย และประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรม เด็กสนใจที่ทำต่อไป / เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ไม่มีใครเหมือนใคร
การพัฒนาเด็ก
ให้แรงเสริม เช่น ชมเชย ชื่นชม เมื่อเด็กทำกิจกรรมประสบผลสำเร็จ / ไม่นำเด็กมาเปรียบเทียบแข่งขันกัน
เปสตาสอสซี่
หลักการ
ความรักเป็นพื้นฐานสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาเด็ก ทั้งด้านรางกายและสติปัญญา / เด็ฏแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งด้านความสนใจความต้องการและระดับความสามารถในการเรียน / เด็กไม่ควรถูกบังคับให้เรียนรู้ด้วยการท่องจำ
การพัฒนาเด็ก
จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อม ให้ความรักให้เวลาและให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์
เฟรอเบล
หลักการ
ควรส่งเสริมพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็กด้วยการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเสรี / การเล่นเป็นการทำงานและการทำงานและการเรียนรู้ของเด็ก
การพัฒนาเด็ก
จัดกิจกรรมเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างเสรี
เอคายน์
หลักการ
การเร่งเด็กให้เรียนรู้แต่เล็กเป็นอันตรายต่อเด็ก / เด็กควรมีโอกาศเล่นและเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง
การพัฒนาเด็ก
จัดบรรยากาศในห้องเรียนให้เด็กมีโอกาสเล่นและเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง
  • การพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย 3ขั้นดังนี้
  1. การเรียนรู้อย่างมีความสุข
  2. การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง = ประสาทสัมผัททั้ง 5 กิจกรรมประจำวัน การเล่นการแก้ไขปัญหา คิดสร้างสรรค์ เป็นต้น
  3. การเรียนรู้แบบองค์รวมที่คลอบคลุมทุกด้าน 

คำศัพท์

Developmen = พัฒนาการ
Principles = หลักการ
Activities = กิจกรรม
Intelligence = สติปัญญา
Independent = อิสระ

>>>>>>>>>>>>>>>>><<<<<<<<<<<<<<<<<

รูปภาพประกอบ


ในงาน


สรุปใบงาน

.........................................................................................

การประยุกต์ใช้

  • เมื่อเรารู้ลักษณะการเรียนรู้ของเด็กและลักษณะการเรียนรู้ของเด็กเรานนั้นจะสามารถจัดกิจกรรมให้แก่เด็กได้อย่างถูกต้อง
  • การรู้แนวคิดหลักทฤษฎีต่างๆ สามารถนำแนวคิดตางๆนี้มาปรับใช้สำหรับการสอนได้

การประเมิน

การประเมินตนเอง

ตั้งใจในการสรุปเมื่อได้รับมอบหมายงานก็มีความตั้งใจที่จะทำให้เส็จด้วยความตั้งใจ

การประเมินเพื่อน

เพื่อนๆนั้นมีความตั้งใจในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 

การประเมินอาจารย์

อาจารย์มีความตั้งใจที่จะให้นักศึกษาได้รับมีความรู้ ถึงแม้ตัวของอาจารย์จะไม่ได้มาสอน แต่ก็ยังมีใบความรู้มาให้นักศึกษานั้นได้ศึกษาด้วยตนเอง

E  N  D





บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2 

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 13:30 - 17:30 น.


.........................START........................

Science Experiences Management for Early Childhood

( การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย )

จากการเขียน แผนผังความคิด ในรอบที่แล้ว ในครั้งนี้อาจารย์เลยให้นักศึกษาช่วยกันสรุปความหมายของ วิทยาศาสตร์ จากนั้นก็ให้ส่ตัวแทนออกไปเขียนยนกระดาน

ความรู้ที่ได้รับ

  • วิทยาศาสตร์ หมายถึง >> การศึกษาสืบค้นหรือหาความจริงจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การสังเกต การทดลอง การใช้เหตุผล การสำรวจ การแก้ไขปัญหา การวิเคราะห์ การสรุป เป็นต้น เพื่อให้ได้ความรู้และข้อเท็จจริงในเรื่องวิทยาศาสตร์
  • วิทยาศาสตร์  เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง มีความแตกต่างกัน มีการพึ่งพาอาศัยกัน มีการปรับตัว ความสมดุลเพราะถ้าไม่สมดุลนั้นจะทำให้เกิดปัญหา
  • เครื่องมือในการเรียนรู้ คือ ภาษา และ คณิตศาสตร์ 
  • วิธีในการเรียนรู้ของเด็ก คืกการลงมือกระทำ โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 
  • การจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เราความคำนึงถึงเนื้อหา ดังนี้ คือ ใกล้ตัวเด็ก มีผลกระทบต่อตัวเด็ก และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น 
  • ในความรู้บางอย่างเมื่อไปสอดคล้องกับความรู้เดิม ทำให้เกิดความรู้ใหม่ 
  • การทำงานของสมอง > ซึมซับ > เรียนรู้ > ปรับพฤติกรรม (การเรียนรู็คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม) 
  • สิ่งสำคัญก่อนการสอน ครูต้องดูพัฒนาการของเด็กเพราะจะทำให้เรานั้นรู้ว่าเด็กนั้นทำอะไรได้บ้าง
  • ความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่ตอบสนองต่อการดำรงชีวิตและสำคัญต่อการสร้างงเสริมประสบการณ์ให้กับเรา
  • ประโยชน์ของวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่ทำให้เราสบาย ทำให้เรานั้นเกิดความเชื่อมั่นในตนเองในการค้นคว้า 

คำศัพท์

Mind map = แผนผังความคิด
Brain = สมอง
Experience = การจัดประสบการณ์
Behavior =  พฤติกรรม
Learning = การเรียนรู้



........................................................................................................



รูปภาพกิจกรรม ตัวแทนเพื่อนออกไปเขียนความหมายวิทยาศาตร์

การประยุกต์ใช้

  • รู้ความหมายของวิทยาศาสตร์ และสิ่งสำคัญที่เรานั้นควรคำนึงถึงในการจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมให้แก่เด็กปฐมวัย
  • เราควรให้อิสระให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระให้เลือกทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง โดยครูมีหน้าที่วางแผนและคอยอำนวยความสะดวกให้แก่เด็ก

การประเมิน

การประเมินตนเอง 

ตั้งใจในการเก็บเกี่ยวความรู้และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

การประเมินเพื่อน

เพื่อนๆตั้งใจเรียนมีความสามัคคี ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

การประเมินอาจารย์

อาจารย์ให้นักศึกษาแสดงวามคิดเห็นในแบบของตนเอง จากนั้นอาจารย์จะเพิ่มเติมความรู้ให้



E  N  D